จากความคิดใน พ.ศ. 2466
สู่การถือกำเนิดของวงโยธวาทิตเทพศิรินทร์
ความปรารถนาที่จะให้มีแตรวงประจำกองลูกเสือเทพศิรินทร์
เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2466
ใน พ.ศ. 2466 อาจารย์ฟุ้ง ศรีวิจารณ์ มีความคิดที่จะจัดตั้งแตรวงประจำกองลูกเสือเทพศิรินทร์ เพื่อใช้ในกิจกรรมของโรงเรียน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณในขณะนั้น แนวคิดดังกล่าวยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และต้องรอเวลาอีกหลายทศวรรษกว่าความตั้งใจนี้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ความคิดถูกพักไว้
แต่ไม่เคยหายไป
จาก พ.ศ. 2466 ความคิดที่จะมีแตรวงประจำโรงเรียนยังคงปรากฏขึ้นเป็นระยะ แม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ ความตั้งใจนั้นก็ยังไม่เคยหายไป จนกระทั่งเข้าสู่ช่วง พ.ศ. 2520–2521 ทุกอย่างจึงเริ่มเปลี่ยนแปลง
เครื่องดนตรีส่วนหนึ่งถูกนำมามอบให้โรงเรียนเทพศิรินทร์
และกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการจัดตั้งวง
เริ่มคัดเลือกนักเรียนและฝึกนักดนตรีรุ่นแรก
ของวงโยธวาทิตเทพศิรินทร์
งานกีฬาสีของโรงเรียน
ณ สนามศุภชลาศัย
เริ่มคัดเลือกและฝึกนักดนตรีรุ่นแรก
เริ่มออกบรรเลงต่อสาธารณชน
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในช่วงเริ่มต้น
เริ่มร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนในกลุ่มจตุรมิตร
ได้เป็นตัวแทนกรุงเทพมหานคร
การแข่งขันระดับประเทศ
เป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 2
เริ่มคัดเลือกและฝึกนักดนตรีรุ่นแรก
เริ่มออกบรรเลงต่อสาธารณชน
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในช่วงเริ่มต้น
เริ่มร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนในกลุ่มจตุรมิตร
ได้เป็นตัวแทนกรุงเทพมหานคร
การแข่งขันระดับประเทศ
เป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 2
ใน พ.ศ. 2547 วงโยธวาทิตเทพศิรินทร์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณประมาณ 2.4 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องดนตรีทดแทนและพัฒนาวงอีกครั้ง นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ก่อนที่วงจะกลับเข้าสู่การประกวดใน พ.ศ. 2548
ตลอดเส้นทางของวงโยธวาทิตเทพศิรินทร์ หลายช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นได้จากความเมตตา ความไว้วางใจ และการสนับสนุนของผู้ที่มองเห็นคุณค่าของการพัฒนาเยาวชนผ่านดนตรี
การสนับสนุนเหล่านี้ไม่ได้เพียงมอบเครื่องดนตรีหรือโอกาสให้กับวงในช่วงเวลาหนึ่ง หากแต่ได้ส่งต่อการเรียนรู้จากนักเรียนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ Debsirin Band
ใน พ.ศ. 2520 พระราชปัญญาโกศล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสในขณะนั้น มีความประสงค์ให้มีวงดนตรีสำหรับประกอบกิจของวัด ทั้งในพิธีรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนงานสำคัญต่าง ๆ
ท่านได้สั่งซื้อเครื่องดนตรีจากยุโรปประมาณ 60 ชิ้น โดยมอบให้โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ จังหวัดนครนายก จำนวน 30 ชิ้น และเครื่องดนตรีที่เหลือมอบให้แก่โรงเรียนเทพศิรินทร์
แม้เครื่องดนตรีในเวลานั้นจะยังไม่เพียงพอสำหรับการจัดตั้งวงโยธวาทิตอย่างสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ได้รับได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของวงในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ท่านยังให้ความอนุเคราะห์ในการประสานจัดหาเครื่องดนตรีเพิ่มเติม เพื่อนำมาซ่อมแซมและใช้ในการพัฒนาวง
ใน พ.ศ. 2547 ดร.สุธาสินี นิติสาครินทร์ ได้บริจาคเงินจำนวน 2.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องดนตรีและการฟื้นฟูวงโยธวาทิตเทพศิรินทร์
การบริจาคครั้งนี้ดำเนินการผ่าน พระพรหมเมธี ซึ่งปัจจุบันคือ สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) และกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้วงสามารถกลับมาพัฒนาอย่างจริงจังอีกครั้ง ก่อนเดินหน้ากลับสู่เวทีการประกวดในเวลาต่อมา
เพื่อการจัดหาเครื่องดนตรีและการฟื้นฟูวง
สมเด็จพระธีรญาณมุนีมีบทบาทในการสนับสนุนวงโยธวาทิตเทพศิรินทร์อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน
ใน พ.ศ. 2547 ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็น พระพรหมเมธี ท่านเป็นผู้รับและประสานการบริจาคเงินจำนวน 2.4 ล้านบาท จาก ดร.สุธาสินี นิติสาครินทร์ เพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องดนตรีและการฟื้นฟูวง
ต่อมาใน พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2563 ท่านยังได้มอบเงินสนับสนุนให้วงเดินทางไปประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ช่วยจัดหาเงินสนับสนุนเพื่อซื้อเครื่องดนตรีเพิ่มเติมให้อีกประมาณ 6 ล้านบาท
จากการฟื้นฟูวง สู่การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ก้าวไปสู่เวทีนานาชาติ และการเตรียมเครื่องดนตรีสำหรับคนรุ่นต่อไป การสนับสนุนของท่านจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของ Debsirin Band ในหลายยุคสมัย
กว่า 4 ทศวรรษของผู้คน เสียงดนตรี และเรื่องราว
ที่ถูกบันทึกไว้ผ่านภาพถ่าย
จากแนวคิดเมื่อกว่าศตวรรษก่อน สู่การก่อตั้งวงใน พ.ศ. 2521
เรื่องราวของวงโยธวาทิตเทพศิรินทร์ยังคงถูกส่งต่อผ่านเสียงดนตรี
ความรับผิดชอบ มิตรภาพ และการพัฒนาของสมาชิกในแต่ละรุ่น